วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

สระบุรี จัดงานพิธีวันที่ระลึกมหาเจษฎาบดินทร์พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓





          เมื่อ31 มี.ค.61 นายบัณฑิตย์  เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำ คณะข้าราชการ ทหารตำรวจ  ฝ่ายปกครอง  อัยการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชน หน่วยงาน องค์กร ปวงชนทุกหมู่เหล่า   วางพานพุ่มดอกไม้ ถวายเครื่องราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึก มหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภัคดี และแสดงกตเวทิตาธรรม ต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นที่ทรงปกแผ่พสกนิกรชาวไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข








            เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๓๓๐ (ประมาณ ๑๐๐ ปี จากรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๓๙๔ รวมพระชนมายุ ๖๓ พรรษา กับ ๑๑ วัน เสด็จดำรงในสิริราชสมบัติ ๒๕ ปี ๗ เดือน ๒๓ วัน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าชายทับ พระองค์ได้ปฏิบัติติราชการแผ่นดินดั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งขณะนั้นสมเด็จพระบรมชนกนาถ ยังทรงดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล และทรงได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการในตำแหน่งสำคัญๆ สืบมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย








             ใน พ.ศ.๒๓๕๖ เมื่อทรงมีพระชนมพรรษาได้ ๒๖ พรรษา ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าต่างกรม ทรงพระนามว่าพระเจ้าลูกเธอกรมหมื่นเจษฏาบดินทร์ โดยทรงได้รับการไว้างใจพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ ให้ทรงกำกับราชการกรมท่า กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมพระตำรวจว่าความฎีกา นอกจากนี้ยังโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการต่างพระเนตรพระกรรณด้วย     ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นห้วงเวลาที่มหาอำนาจชาติตะวันตก คือ อังกฤษ และฝรั่งเศส ได้เริ่มแผ่ขยายอิทธิพลทางการค้า การเมือง และการทหารเข้ามายังภูมิภาคนี้อีกวาระหนึ่ง จึงทรงมีพระราชปรารภเตือนสติคนไทยให้รู้เท่าทันไว้ว่า "การศึกสงครามข้างญวน ข้างพม่า ก็เห็นจะไม่มีแล้ว จะมีอยู่ก็แต่ข้างพวกฝรั่งให้ระวังให้ดี อย่าให้เสียทีแก่เขาได้ การงานสิ่งใดของเขาที่คิด ควรจะเรียนเอาไว้ก็ให้เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปเสียทีเดียว"








            และเหตุการณ์ก็เป็นไปดั่งที่ได้ทรงมีพระราชปรารภไว้เช่นนั้นจริงๆ หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคตไปแล้ว ๔๒ ปี ในปีพ.ศ.๒๔๓๖ (ร.ศ.๑๑๒) ฝรั่งเศสยกกองเรือรบมาปิดอ่าวไทย ยึดเมืองตราดและเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน ยื่นเงื่อนไขให้ไทยต้องจ่ายเงินค่าไถ่จำนวน ๓ ล้านฟรังก์ (ประมาณ ๑,๕๖๐,๐๐๐ บาทของเงินไทยในขณะนั้น เมื่อจ่ายเป็นเงินเหรียญเม็กซิกันมีน้ำหนักมากถึง ๒๓ ตัน) ให้กับฝรั่งเศสภายใน ๔๘ ชม. ไม่เช่นนั้นแล้วจะยึดไทยเป็นเมืองขึ้น ในยามบ้านเมืองคับขัน ถูกบีบคั้นจากชาติมหาอำนาจเช่นนั้น "เงินถุงแดง" อันเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ได้โปรดพระราชทานไว้เพื่อประโยชน์แก่แผ่นดิน ก็ได้นำมาใช้ในการกอบกู้เอกราชและรักษาอำนาจอธิปไตยของชาติบ้านเมืองไว้ได้จนทุกวันนี้





           ทางราชการถือเป็นวันสำคัญของชาติ เพื่อให้รัฐบาลและประชาชนชาวไทยได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อราษฎรและแผ่นดินไทย พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชสมัยแห่งการครองราชย์นั้นทรงปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขและพัฒนาให้ชาติไทยมีความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้านรวมทั้งด้านการเมือง การทหาร ที่ทรงทำนุบำรุงและสามารถรักษาความเป็นชาติอธิปไตยไว้ได้  ประชาชนชาวไทยและรัฐบาลจึงพร้อมใจกันประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์  ณ  ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ หน้าวัดราชนัดดาราม ในปี พ.ศ.๒๕๔๑ ทางราชการได้ถวายพระราชสมัญญาว่า "พระมหาเจษฎาราชเจ้า" และได้ใช้ชื่อ วันงานว่า "วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า"








(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)  บรรณาธิการข่าว 
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

ไม่มีความคิดเห็น: