วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559

นสพ.พลังชน ประมวลภาพ เพื่อนเกษตรจันทรเกษม ที่บ้านชานสมุทรโฮมสเตย์


              เพื่อนเกษตร จันทรเกษม  รุ่นที่ 2 / 2523 นัดรวมพล คนวังจันทร์ ครั้งที่ 5 ที่ บ้านชานสมุทรโฮมสเตย์ ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง  เพื่อที่จะได้พบกับ 3 สาว หัวใจผู้ไม่แพ้ สาวโฟล์ค ( สมคิด เปี่ยมพงศ์ศักดิ์  ) สาวจอย ( ณัฐยา สวัสดิรัตน์ ) และ สาวหมวย ( เรณู เกษรศิริ ) เพื่อนเกษตรจันทรเกษม รุ่นเดียวกันที่เพิ่งจะได้ข่าวคราว  ตามหากันจนเจอเป็นอีก 3 รายล่าสุด ต่อจาก พี่หล้า ( ทัศนีย์ เขื่อนแก้ว ) สาวลำพูน  










           วิทยาลัยครูจันทรเกษม วิชาเอกเกษตรศาสตร์ หลักสูตร ป.กศ.สูง  2 ปี  มี 2 รุ่น รุ่น 1 มี 28 คน เป็นรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันมาก เรียกว่าคลานตามกันมา พวกเราเป็น รุ่น 2 มี 25 คน  ตามที่อยู่เดิม  มีดังนี้ 1.โฟล์ค สมคิด เปี่ยมพงศ์ศักดิ์  อยู่ กทม. 2.  อี๊ด สารภี  ภู่ขวัญเมือง อยู่ ชุมพร 3. แมว ประนอม วงศ์ขวัญ อยู่  46 หมู่ 11 ซอยจอมพล  ลาดพร้าว 15  บางเขน กทม. 4.  แตง  สุขนิตย์ ภาณุรักษ์ อยู่  118 หมู่ 2  ประเวศ พระโขนง กทม. 5. หลาน  พิณเสนาะ คงขุ่ม อยู่ กทม. 6. มล  วิมล วงศ์สุวรรณ อยู่ สตูล  7. ตุ๊ก  จีรภา ทองอยู่ อยู่ ชุมพร  8.  เกย์ วัชรินทร์ รัตนพิธาน อยู่ นราธิวาส  9. หมวย  เรณู เกษรศิริ อยู่ ระยอง  10. จอย ณัฐยา สวัสดิรัตน์ อยู่ ระยอง  11. ติ๋ม กมล หมั่นค้า  อยู่ กระบี่   ( เสียชีวิตแล้ว )  12. พี่หล้า ทัศนีย์ เขื่อนแก้ว  อยู่ ลำพูน  13. เต้ย ธีระยุทธ ศรีปิยะรัตนกุล อยู่ กทม. 14  เษม  เกษม ปิยะสันติ  อยู่ กทม.  15.  โรจน์  ไพโรจน์ อยู่ยืนยง  อยู่  3 หมู่ 1 ต.มาบปลาเค้า อ.ท่าม่วง จ.เพชรบุรี  16. เอ๊ะ  สำเริง มั่นยืน  อยู่ สุรินทร์  17. วัติ  เรวัติ น้อยวิจิตร  อยู่ สุพรรณ  18.  ทร  สุนทร เพชรดี  อยู่ นครศรีธรรมราช  19. คล  มงคล บุญโสม  อยู่  68 / 8 ต.คอนสวรรค์ อ.คอนสวรรค์ จ.ขัยภูมิ  20. หม่อง  ไพยะวชิรศักดิ์ สุรำไพ อยู่ อุบล  21. แหวง  แสวง สิงห์นา อยู๋ 78 หมู่ 1 ต.ด่าน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ   22. แป้น  เบญจทิพย์ ทองพรหม  อยู่ ชุมพร  ( เสียชีวิตแล้ว ) 23. โน วัฒโน ไตรมาส  อยู่ พังงา  24. เง๊ก  พรชัย พืทักษ์ วีระกุล อยู่ นครนายก  25 เจี๊ยบ  ซึ่งขณะนี้ ก็จะเหลือเพียง 5 คน ที่ไม่ทราบข่าวคราว คือ แมว  แตง  คล  โรจน์ และ แหวง  พบกันแล้ว 17 คน ตาย 2  ได้ข่าว 1 เจี๊ยบ แต่ยังไม่ว่างมาพบกัน







              3 สาว เจ้าถิ่น  โฟล์ค  หมวย  จอย   จากเมือง ระยองฮิ  ได้เลือกสถานที่  บ้านชานสมุทรโฮมสเตย์ แห่งนี้ ไว้รับรองเพื่อนๆ ที่ไม่ได้พบเจอ ไม่ได้ข่าวคราวกันมา กว่า 36 ปี ทุกคนตื่นเต้น กับการที่จะได้มาทริปนี้ เพราะการมาครั้งนี้จะได้พบเพื่อนๆเพิ่มอีก 3 คน จากเดิม ที่พบกันแล้ว 14 คน ก็จะกลายเป็น 17 คน  จากเดิมที่ เมื่อ หลายปีก่อนได้เจอกันเพียง 5-6 คน จึงเป็นความตื่นเต้น ยินดี กับการมาครั้งนี้










               โฟล์ค  ยังตัวเล็ก เหมือนเดิม รูปร่างไม่เปลี่ยน เธอบอก ฉันกับ เปี๊ยก รุ่นน้องที่เกษตรจันทรเกษม มีสตางค์ติดตัวกันมา 2 หมื่น แล้วมาเริ่มชีวิตคู่กันที่นี่ ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมา ทำปุ๋ย อินทรีย์เคมี ขาย กันจนตั้งตัวได้  เปี๊ยก แฟนโฟล์ค จะเป็นรุ่น 3 แต่เป็นรุ่น คบ. 4 ปี ต่างจากรุ่นของเรา เป็น ป.กศ.สูง หลักสูตร 2 ปี  เพื่อนๆ เลยแซวกันยกใหญ่ ว่า โฟล์ค มันเก่งนะ  กินเด็กได้  รุ่น 2 กับ รุ่น 3 จะรักกันมาก เป็น พี่รหัส น้องรหัส กัน โฟล์ค ได้ลูกแฝด เป็นผู้หญิง ทั้งคู่  เอาดีทาง กอล์ฟ อาชีพ ก็เอาตัวรอดได้หมดแล้ว   ส่วนจอย  ณัฐยา  ก็เปลี่ยนไปไม่มาก คือแต่เดิมมีไฝ รับน้ำตา อยู่ที่แก้ม แต่พอเรียนจบ ก็ไปตัดไฝออก เลยสวยขึ้น  รับราชการครู ได้สามีเป็นครู ที่โรงเรียนเดียวกัน อ่อนกว่าจอย 1 ปี รายนี้ก็กินเด็กเหมือนกัน มีลูกสาว 1 คน เรียนจบ ทำงานแล้ว ตอนนี้ ก็อยู่สองคนตายาย แฟนจอยร้องเพลงเพราะมาก  ส่วนหมวย เรณู งานนี้มาคนเดียว  จบมาก็รับราชการครู  ได้สามีเป็นตำรวจ มีลูกด้วยกัน 3 คน ยังเรียนไม่จบ ตอนนี้ สามีออกจากตำรวจแล้ว เพราะสุขภาพไม่ดี สาวหมวยก็เลยเหนื่อยหน่อย แต่หมวยเขาเป็นคนสู้ชีวิตอยู่แล้ว ไม่น่าห่วงอะไร  มากนัก  อาหารมื้อแรกสำหรับค่ำนี้  สาวโฟล์ค เตรียมอาหารพื้นบ้านไว้หลายอย่าง  หมูชะมวง  ต้มยำปลา ส่วนสาวชุมพร  อี๊ดเตรียม สะตอ  ใบเหลียง วัตถุดิบมาจากปักษ์ใต้ด้วย ก็เลยมีทั้ง อาหารเมืองแกลง และ อาหารปักษ์ใต้ ผสมกัน ใบเหลียงวันนี้เราผัดกับไข่ ส่วนสะตอก็เผาจิ้มกับน้ำพริก  หลนปลาอินทรีย์ ฯลฯ  เป็นมื้อค่ำที่ เอร็ดอร่อย  มากมาย










          บ้านชานสมุทรโฮมสเตย์ หลังนี้ เดิมเป็นท่าปลา หลังวิถีประมง ซบเซา  เลยเปลี่ยนท่าเรือประมง มาเป็นโฮมสเตย์ ทำได้น่าอยู่มาก เจ้าของบ้านบอกใช้ช่างต่อเรือ มาเป็นคนสร้างโฮมสเตย์ การเข้าไม้  การปูพื้น ทำได้เนียนมาก สนนราคาค่าบ้านพัก 500 บาท รวมอาหารเช้า ก็เป็นราคาพื้นๆ ที่รับกันได้ในสภาวะนี้ อาหารเช้าก็มี ข้าวต้ม รวมมิตรทะเล  ซึ่งที่นี่ จะต้มข้าวต้มแยกมาต่างหาก ต้มจนข้น คล้ายๆโจ๊ก  มาใส่เครื่องทะเลเอาเอง ตามชอบใจ  มีกุ้ง  ปลา  ปลาหมึก  มี  ชา กาแฟ  กาท่องโก๋  ก็โอเคนะ  สำหรับ แพ็คเก็ตนี้  นั่งกินข้าว  นั่งดื่มกันริมทะเล อากาศก็ดี  ยุงก็ไม่มี  ทริปนี้  รวมเพื่อนได้ 14 คน  มี เต้ย ทร  โน เษม วัติ  มล  ตุ๊ก  อี๊ด  เริง  พี่หล้า  โฟล์ค  หมวย  จอย  หลาน ขาด หม่อง เง็ก  เกย์  ผู้ติดตาม 12 คน ครอบครัวหลาน 3  ครอบครัว เต้ย 2 คน ครอบครัว โน 2  ลูกตุ๊ก 1 แฟน เริง 1 แฟน เกษม 1 แฟนโฟล์ค 1 แฟนจอย 1  รวม  26 คน ก็เพิ่มจำนวนขึ้น ในทุกๆครั้ง ที่ได้พบกัน  










              เต้ย  ธีระยุทธ์ ศรีปิยะรัตนกุล ในฐานะ หัวหน้าห้อง มาพร้อม หลิน และ เต้ ครบทีมเหมือนเช่นทุกๆครั้ง และก็มักจะมาถึงเป็นชุดแรกๆ  เป็นนิสัยดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยเรียน ที่จะมาถึงห้องเรียนเป็นคนแรกๆ ครูเลยเลือกให้เป็นหัวหน้าห้อง ส่วนทร มาเครื่อง ครั้งนี้มาคนเดียว เพราะแม่บ้าน ต้องอยู่คอยดูแล แม่ซึ่งกลับไปเที่ยวบบ้านที่ นครศรีฯ ในช่วงสงกรานต์  ผมเดินทางออกจาก สุพรรณบุรี ประมาณ 9 โมงเช้า เพราะเพื่อนบอกอยากกินขนมสาลี่ ซึ่งร้านจะเปิด แปดโมงครึ่ง  เลยต้องรอสาลี่สุพรรณ เป้าหมาย คือเดินทางไปบ้านเกษม ที่ คันนายาว กรุงเทพฯ เพราะเษมบอกเดินทางคนเดียว  อยากให้ไปด้วยกัน ผมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมที่จะนั่งรถตู้ไปลงกรุงเทพฯ และ ต่อรถตู้สายจันทบุรี เพื่อไปลงที่แยกประแสร์ ระยอง  ส่วนเริง มาจากสุรินทร์ ด้วยรถยนต์ส่วนตัว งวดนี้พาครูอ้อย หุ้นส่วนชีวิต และ ครูฝน สุดที่รักของครูเกษม ซึ่งกลับไปบ้านที่สุรินทร์ มาด้วย










           สามสาว ซื้อเสื้อยืด หลากหลายสี เป็นของกำนัล ในการได้พบกับเพื่อนๆ ครั้งนี้ หลังอาหารค่ำ ก็มีรายการแจกเสื้อกัน ด้านหน้าของเสื้อ มีอักษร คำว่า ระยอง ฮิ อยู่ด้านหน้าด้วย ส่วนด้านหลัว มีภาพจักรยานโบราณ เป็นที่สะดุดตา  เพื่อนๆต่างชอบใจกันยกใหญ่ ซึ่งเสื้อชุดนี้ จะเอาไว้ใส่ วันออกทะเล พร้อมๆกัน  ส่วน พี่หล้า สาวลำพูน มาครั้งนี้ แว็บมาได้คืนเดียว เพราะติดภารกิจ พาวงศาคณาญาติ เที่ยวพัทยา ก็เอาเสื้อจาวเหนือติดมือมาให้ บรรดาสาวๆ พอได้ของต่างก็ลองชุดใหม่กันเป็นการใหญ่ สร้างสีสันยามค่ำคืนแรก ของการพบกัน ได้อย่างน่าชื่นชม








               สายใต้ โน มากับหน่อย มีสารถีเป็นลูกสาว ขับรถมาให้   ตุ๊ก กับ อี๊ด สาวชุมพร มาด้วยกัน มีหนึ่ง ลูกชายตุ๊ก ขับรถมาให้  เกย์ งวดนี้ กลับไปนราธิวาส บ้านเกิดเลยไม่ได้มา เง็ก พา สาว ไปเที่ยวหาลูกชาย ที่ อเมริกา ส่วนหม่อง ก็ติดภารกิจ เที่ยวนี้ เลยขาดหายไปหลายคน แต่ก็ได้พบเจอกันแล้ว รู้ที่อยู่ บ้านช่องเรียบร้อย  ไม่ต้องเป็นห่วง  พี่หล้า งวดนี้พา วงศาคณาญาติ มาเที่ยวชายทะเลอยู่แถวพัทยา บอกว่ามากัน สามคันรถตู้ เลยส่งจอยกับ สามี ไปรับมาค้างที่งานด้วย 1 คืน มีรายการของแจก ของฝาก เป็นเสื้อสีสวยสดใส จากระยอง และ ลำพูน เลยลองเสื้อผ้ากันเป็นที่สนุกสนาน  สาวราชบุรี มู่หลาน ปีนี้ยกแก๊งค์ มาทั้งบ้านเลย พี่เล็กนำทีมเช่นเคย แถมได้ ลูกชาย กับ ลูกสาว มาช่วยเป็นตากล้อง อีกด้วย  มล จากสตูล มาเครื่อง เหมือนเคย  รวมแล้ว ครั้งนี้ 14 คน มี เต้ย ทร เกษม วัติ เริง โน พี่หล้า หลาน มล โฟล์ค หมวย จอย  ตุ๊ก อี๊ด  ขาด เง็ก  หม่อง เกย์  เจี๊ยบ  4 คน เป็น 18  ที่ยังหาไม่เจอ แมว  แหวง  มงคล  ไรจน์  แตง รวม 5 คน เสียชีวิตไปแล้ว 2 คน ติ๋ม กับ แป้น  รวมทั้งสิ้น 25 คน









           ทริปนี้ สาวโฟล์ค ดูจะมีความสุขกว่าใครๆ เธอหน้าบาน ในการถ่ายภาพหมู่ แทบทุกครั้ง  ตอนนี้ เก็บภาพ ก่อนลงเรือออกทะเลกัน ไถ่ถามเจ้าของชานสมุทร์โฮมสเตย์ บอกเรือเดินทะเล 1 ลำ สนนราคาจะอยู่ราว 30 ล้านบาท ยังไม่รวม อุปกรณ์ส่วนควบอย่าง เลด้า  วิทยุสื่อสาร ออกทะเลครั้งหนึ่งๆ ก็จะมีลูกเรือ เป็นคนงานออกไปหาปลาด้วยกัน ค่าใช้จ่ายต่อเที่ยว ก็อยู่ในราว 5-6 แสนบาท  แต่ถ้ากลับมาได้ปลาเต็มลำเรือ ก็จะได้ทุนคืนครั้งละประมาณ 4-5 ล้านบาท ก็เป็นงานที่ท้าทายเอาการอยู่












           ได้เวลาออกทะเล ไปเที่ยวกันแล้วหละ  วันนี้เป้าหมายของเรา อยู่ที่  เกาะมันใน เกาะมันนอก ซึ่งอยู่ห่างฝั่งออกไป ไกลพอควร เรือใช้เวลาวิ่งประมาณ 45 นาที เป็นที่ อนุรักษ์เต่าทะเล ขาไปก็หนุกหนานกันมาก ไปดูเต่าตนุ  ฟังผู้ดูแลเกาะเล่าเรื่องเต่า จึงรู้ว่า เต่าวางไขครั้งละประมาณ  100 ฟอง  เจ้าหน้าที่ต้องคอยตามหาสถานที่ที่เต่าวางไข และ เก็บไข่เต่ามาทำการฟัก ประมาณ 60 วันเพื่อให้เป็นลูกเต่า ถ้าไม่เก็บมาใช้เครื่องฟักให้ ก็มักเป็นอาหารของ พวกที่ชอบกินไข่เต่า เช่น ตะกวด เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า ถ้าปล่อยให้ออกเองก็จะไม่เหลือ จะถูกกินหมดตั้งแต่เป็นไข่ หลังฟักเป็นตัวอ่อน ใช้เวลาเลี้ยงอยู่ในบ่ออีก ประมาร 1 ปี จึงปล่อยลงทะเล จะเหลือรอดเท่าไหร่ ไม่มีสถิติเก็บไว้ เต่าตนุ โตเต็มวัยจะมีน้ำหนักราว 200 กิโลกรัม ก็คงตัวใหญ่น่าดู  หลังฟังเรื่องเต่า กันพอควร ก็เดินรอบเกาะ เพื่อกลับมาลงเรือ และจะไปดำน้ำดูปการังกันต่อ งานนี้ สนุกแน่ ...




           







            ออกทะเลกันแล้ว  โฟล์ค  หมวย  จอย  บอก เพิ่งเคยมาครั้งแรกเหมือนกัน 555  นี่ขนาดอยู่ที่นี่นะ  ทุกคนต่างมีความสุข  สนุกกับการถ่ายภาพ  ครั้งนี้ มีตากล้องหลัก 3 กล้อง ลูกชาย  หลาน กล้อง 1 ลูกชายตุ๊ก กล้อง 2  และ ลูกสาวหลาน เป็น กล้อง 3  งานนี้ จึงได้ภาพสวยๆมากมาย  สำหรับภาพที่มัวๆ ก็จะเป็นภาพจากมือถือ ที่เจ้าตัวถ่ายกันเอง ก็นำมาลง เพิ่มให้เป็นสีสัน ไว้ดูกัน









            สองสาว จากสุรินทร์ คู่นี้  ดูจะรักกันมาก นั่งด้วยกันตลอด คนด้านซ้าย คือ ครูอ้อย จาก โรงเรียนบ้านลุงปุง ท่าตูม สุรินทร์ คนด้านขวา คือ ครูฝน จากโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ กทม. ครูเริง เป็นคนพามา




            สีสันระหว่างทาง ก็จะเป็นการถ่ายภาพ ในมุม ต่างๆ เรือประมง ลำที่พาเราเที่ยว จะมี 2 ชั้น ก็เลือกที่นั่งกันตามสบาย อาหารการกิน ขนลงเรือมาพร้อม น้ำท่า เหล้ายา บริบูรณ์ ครูเอ๊ะ ไม่สนใจทะเลเท่าไหร่ แต่สนใจ ปลาหมึก กับแกล้ม  กับสุรา ที่ตระเตรียมมามากกว่า ชงให้ครูเกษมที  ตัวเองกินที บางครั้งก็หลงมาที่ผมที ก็สนุกสนานเฮฮากันไปตามเรื่อง ระหว่างรอเรือถึงที่หมาย









           หนุ่ม เต้ ลูกชายหัวหน้า เต้ย ปีนี้โตขึ้นมาก สูงจะเท่าคุณพ่ออยู่แล้ว นั่ง กับ คุณแม่ตลอด งานนี้บอกจะลงทะเล ดูปะการังกับเขาด้วย  คุณแม่ทำอาหาร และ ขนม เก่งมาก มาทุกครั้ง ก็มักจะนำอาหาร ขนม มาฝากทุกๆคนให้ลองชิมกันด้วย ครั้งนี้ ก็เช่นกัน




           ครูหนุ่ม ครูสาว คู่นี้ ดูมีความสุขมากมายกว่าใครๆ โค้งมือเป็นรูปหัวใจ แสดงความรัก ที่มีต่อกัน โดยมีเพื่อนรัก นั่งอยู่ไม่ห่าง  วันนี้ครูเกษม ครูฝน ดูผ่อนคลาย และ มีความสุข  เช่นเดียวกับ ครูเริง และ ครูอ้อย แม้ไม่ได้แสดงออก อย่างออกนอกหน้า  แต่ดูสีหน้าแววตา ของฝ่ายหญิง ก็พอเดาออกได้ว่า เธอมีความสุข กับ ทริปนี้มากมาย ไม่น้อยกว่า คู่ใกล้ๆ







          เรือเทียบท่า หมดเวลา สำเริงสำราญ ในท้องทะเล กันแล้ว เตรียมตัวขึ้นฝั่ง ไปดูเต่าทะเลกัน พอเรือเทียบท่า ก็มีบริการร่มกันแดด เพราะแดดแรงมาก อากาศก็ร้อน พวกเราเตรียมน้ำดื่มติดตัวกันขึ้นไปด้วย แต่ร่มต้องใช้บริการของเจ้าของเรือ สนนราคา คันละ 20 บาท ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าไหร่ เพราะมาเที่ยว ก็พร้อมจ่ายในทุกสถานการณ์ กันอยู่แล้ว  ทุกคนต่างไม่รีบร้อน  ถ่ายภาพกันบ้าง  คุยกันไปบ้าง คนเรือมีการแนะนำ สถานที่บนเกาะให้พวกเราทราบว่า จะต้องไปพบกับอะไรบ้าง







              พระทรงห่วงใย ในทรัพยากร  เป็นข้อความบน ภาพขณะทรงปล่อยเต่าทะเล ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซาบซึ้ง กินใจ พวกเราถ่ายภาพ กันตรงบริเวณนั้น เพื่อให้ทราบว่า พวกเรามาถึงที่แห่งนี้แล้ว ก่อนจะเดินดูรอบๆ สถานที่ 










               โครงการอนุรักษ์เต่าทะเล ที่เกาะมันใน  มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่ถูกนำกลับมาเลี้ยงไว้ เพื่อปล่อยลงสู่ธรรมชาติ กินอาหาร 3 มื้อ เหมือนเรา ถ่ายน้ำวันละครั้ง หลังอาหารเช้า เป็นกิจวัตรประจำวัน ที่ผู้ดูแล เล่าให้พวกเราฟัง  ลูกเต่าออกใหม่ ก็จะได้รับอาหาร 3 มื้อ ถ่ายน้ำวันละครั้งเช่นกัน  อาหารที่ให้ก็จะเป็นอาหาร ปลาทั่วไป แต่พอใกล้ๆกำหนดที่จะปล่อยลงสู่ธรรมชาติ  ก็จะต้องมีการฝึกให้กินอาหารธรรมชาติ  เช่นพวกลูกปลา ก็จะนำมาให้แทนอาหารอัดเม็ด ฝึกพอประมาณ ก่อนปล่อยลงทะเล 











              ออกจาก ศูนย์อนุรักษ์ เต่าทะเล  พวกเราก็เดินชมวิวทิวทัศน์  ตามคำแนะนำของคนเรือ รอบๆเกาะ เล่นเอาเหงื่อไหลไคลย้อยกันไปตามๆกัน  แต่ก็คุยเล่นกันไปตลอดทาง  หลายคนบอกที่เกาะพิทักษ์ ชุมพร  ไกลกว่านี้ และ สูงชันกว่า ยังลุยมาแล้ว 





















             ได้เวลาพักเหนื่อยกันแล้ว  นั่งเรียงแถวตามลำดับกันเชียว  แสดงว่าเหนื่อยจริง  ยกเว้นหัวหน้าเต้ย สงสัยจะไม่เหนื่อย ยังยืนแซวเพื่อนๆว่าเหนื่อยกันหรือไง 555  ครูทร  บอกยังไหว สบายมาก








                  จากเกาะมันใน  สู่เกาะมันนอก  เพื่อไปดำน้ำดูปะการังกัน  สาวมล จากสตูล ดูดี๋ด๋ากว่าใคร เพราะเตรียมตัวมาเต็มที่  ชุดพร้อม  ชูชีพพร้อม  รอเวลาถึงที่หมายเท่านั้น เรือใช้เวลาไม่มากนัก ก็ถึงที่หมาย เกาะมันนอก กัปตัน ทิ้งสมอ วางทุ่น ใกล้ๆชายฝั่ง ผมมองลงไปในทะเล เห็นน้ำทะเลสีครามน่าลงไปเหมือนกัน แต่ใจหนึ่งก็ยังกลัวๆอยู่ว่ามีฉลามหรือเปล่า 555 เลยตัดสินใจ ไม่ลงดีกว่า  หัวหน้าเต้ย พาศรีภรรยา และ ลูกชายลงหาประสบการณ์ ในทะเล กันทั้งครอบครัว  สาวราชบุรี พาลูกชาย ลูกสาว ลงเช่นกัน เหลือ พี่เล็ก รออยู่บนเรือไม่ตามลงไปด้วย  สาวชุมพร ตุ๊ก กับ น้องหนึ่ง ลูกชายก็ลงดำน้ำเช่นกัน ก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง ที่มีความสุข กันถ้วนหน้า ทั้งคนลงดำน้ำ และ คนรอดูอยู่บนเรือ






























           ทุ่งโปรงทอง และ  อนุสรณ์เรือรบหลวงประแสร์  สุนทรภู่  ผีเสื้อสมุทร  นางเงือก  ป่าชายเลน คือสถานที่ท่องเที่ยว อีกจุดหนึ่ง ที่คณะเจ้าบ้าน จัดเตรียมไว้ สำหรับพวกเรา ได้ไปชื่นชม ความสวยงาม และ ประวัติศาสตร์ ที่น่าจดจำ  พวกเราหลายคนเลย จูงมือกันชม สถานที่ต่างๆ ซะจนทั่ว  


































































           ทริปนี้  ผม และ เพื่อนๆ มีความสุขกันมากเวลา 3 วัน 2 คืน มันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน  เต้ย กล่าวขอบคุณ ทุกคนที่ มาพบกันในทริปนี้ ขอบคุณเจ้าของพื้นที่ ที่ได้เลือกสรร  สถานที่ และ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่ดีที่สุด ไว้สำหรับเพื่อนๆ และ ครอบครัว  โฟล์ด  จอย  หมวย  กล่าวความรู้สึก ถึงการที่จะได้มีโอกาสพบเพื่อนเก่า  พวกเธอบอกดีใจ จนบอกไม่ถูก และ ตั้งปณิธานกันไว้ว่า จะต้องตามหาเพื่อนที่เหลือ ให้พบและ นัดมารวมกัน ให้ได้ในท้ายที่สุด  ทร กล่าวแสดงความรู้สึก ปิดท้ายในค่ำคืนที่สอง บอกพวกเรามาถึงวันนี้กันได้ ก็เพราะ ความรัก  ความดี ที่มีต่อกัน ต่างคน ต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี  มีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนที่ดี เท่านี้ ก็เพียงพอแล้ว












           ก่อนจากกัน ขอสัญญา ฝากประทับตรึงตรา จนกว่า จะพบกันใหม่ โบกมืออำลา สัญญาด้วยหัวใจ เพราะความรัก ติดตรึงห่วงใย ด้วยใจ ผูกพันมั่นคง  ..  คือ บทเพลงสุดท้ายของเพื่อน ถึงเพื่อน  เนื้อหา มันช่างได้ใจดีจริง ..  พวกเราร้องกันเสียงดังกระหึ่ม ปานจะส่งเสียงไปให้ถึงแดนไกล ที่มีเพื่อนๆอยู่ ว่า พวกเราคิดถึงนายนะ  มาพบกันเร็วๆ  ซึ่งทริปต่อไปก็จะเป็นเดือน ตุลาคม  ที่ลำพูน  จากนั้น ก็จะพบกันในช่วงเดือน เมษายน ที่ สุรินทร์ และ ตุลาคม 2560 ที่สตูล ขอความสุข สวัสดี จงบังเกิดกับพวกเราทุกคนตลอดไป



            เรวัติ  น้อยวิิจิตร  นสพ.พลังชน    rewat.noyvijit@hotmail.com  โทร 081-9107445

ไม่มีความคิดเห็น: