วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.ปฏิบัติการณ์เชิงรุกลุยทวงคืนผืนป่าฯ



ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.ปฏิบัติการณ์เชิงรุกลุยทวงคืนผืนป่าจากสระบุรี ถึง อ.ปากช่อง โคราช




             ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน ที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา )พร้อม ชุดปฏิบัติการณ์พิทักษ์ไพร กรมป่าไม้ เข้าตรวจสอบพื้นที่สวนป่ากลางดง  ดงพญาเย็น หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีประชาชน เข้าบุกรุก ตัดไม้สัก สร้างบ้านพัก ซื้อขายที่ดินสวนป่าของรัฐ พร้อมขยายการรุกป่าเพิ่ม จากการขยายขนาดของครอบครัว คาดมีเจ้าหน้าที่รัฐให้การสนับสนุน




              วันที่  29  ส.ค. 2557 10.00 น. พลโทคณิต  อุทิตสาร  ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราม  4  กองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน  พร้อมด้วย  นายชีวภาพ  ชีวธรรม  ผู้อำนวยการส่วนยุทธการและปราบปรามกรมป่าไม้ พ.อ.พงษ์เพ็ชร์  เกษสุภะ ผู้ชำนาญการฝ่ายแผน ศปป.4 กอ.รมน.พ.อ.พงษ์ศิลป์  สถิต์ขราณีย์ หัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน.สระบุรี พ.ต.ท. ชัยวิณ  เสมาทอง  ผอ.ปปท.ภาค 1 พร้อมด้วย นายสมเนตร  สว่าง  หัวหน้าป้องกันและรักษาป่าลำพญากลาง(สบ.2 )สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 ( สระบุรี)ร.ต.ต.อิทธิพล เปรมสนธิ หัวหน้าสายตรวจสระบุรี กก.2 บก ปทส   ตำรวจ  สภ. มวกเหล็ก  และเจ้าหน้าที่ทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว จทบ.ส.บ. กว่า 20 นาย เข้าตรวจยึด ดำเนินคดี รีสรอ์ทหรูและบ้านพักตากอากาศ  บริเวณหมู่ 6  ต. มวกเหล็ก  อ.มวกเหล็ก  จ. สระบุรี  ตรวจสอบรีสอร์ทที่มีการสร้างบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ  อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเมื่อวานมีเจ้าหน้าที่  ปปท.  เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปตรวจสอบและอายัดไว้ครั้งหนึ่งแล้ว  ปรากฏว่ารีสอร์ททุกหลังถูกปิดรั้วด้านหน้าไว้ทั้งหมด  ไม่พบผู้ดูแล  จึงได้มอบหมายให้เข้าดำเนินการแจ้งความผู้บุกรุกทั้งหมด 




               ต่อมาเวลา 13.00 น. พลโทคณิต  อุทิตสาร  ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราม  4  กองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน  พร้อมด้วย  นายชีวภาพ  ชีวธรรม  ผู้อำนวยการส่วนยุทธการและปราบปรามกรมป่าไม้ นายยรรยง  กางการ  ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่  ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่สวนป่ากลางดง หมู่ 5,8,10 และหมู่ 15 ซึ่งเป็นเขต ติดต่อผืนป่าเดียวกับ อ. มวกเหล็ก  ซึ่งมีพื้นที่โดยรวม  7 หมื่นไร่ มีครอบครัวที่เข้าไปอยู่อาศัยประมาณ  3,000  ครัวเรือน  พบเป็นพื้นที่สวนป่ารัฐบาล  เนื้อที่ กว่า 30000 ไร่ มีต้นไม้สัก ขนาดใหญ่ที่เริ่มปลูกมาตั้งแต่ พ.ศ.2497 แบ่งเป็นแปลงไม้สัก จำนวน25000ไร่ ไม้กระยาเลย 2000ไร่ในพื้นที่หมู่ที่ 10 คาดว่าเป็นพื้นที่ถูกบุกรุกหลังสุด ได้มีการนำรั้วรวดหนามแบ่งเป็นแปลงๆ ละประมาณ 25 ไร่ มีการปลูกพืชไร่ในร่องสวนป่าสัก พบว่าบริเวณที่คาดว่าจะเป็น บริเวณที่ต้นสักหายไป เป็นพื้นที่ ได้มีการก่อสร้างบ้าน พักอาศัยแบบถาวร  ส่วนใหญ่ทำการเกษตร  เลี้ยงสัตว์  จากพื้นที่ดังกล่าวบางส่วนได้มีนายทุนเข้าไปครอบครองโดยการปิดประกาศขายและล้อมรั้วลวดหนามเป็นสัดส่วน  โดยมีป้ายติดต่อการซื้อขายติดอยู่  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนป่าไม้สัก  และเป็นพื้นที่ป่าสงวนทั้งสิ้น โดยมี มีนายดุสิต  กมลพานิชย์ หัวหน้าส่วนป่ากลางดง หอบเอกสารเข้าชี้แจง ยอมรับมีการซื้อขายเปลี่ยนมือเนื่องจากราคาที่ดินสูงขึ้น  การลักลอบตัดไม้บ้างเป็นบางครั้ง  อ้างได้มีการตักเตือนและดำเนินคดีไปบ้างแล้ว




               พลโทคณิต จึงติงให้หัวหน้าสวนป่าฯ ต้องทำบัญชีความคุมพื้นที่จากจำนวนเดิม ต้องควบคุมครัวเรือน ป้องกันการรุกเข้าอาศัยใหม่จากครอบครัวขยายขึ้น   และจุดต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่  ม. 8  ต. กลางดง  ถูกปรับสภาพทำเป็นรีสอร์ทหรู ภายในบริเวณไร่  และตั้งชื่อ  “ไร่ปลายฟ้า”  มีการเลี้ยงสัตว์  ปลูกพืชการเกษตร  และเช่นเดียวกันไม่มีผู้ดูแล  เนื่องจากทราบข่าวจะมีการเข้าไปตรวจ  โดยพลโทคณิต  อุทิตสาร  ได้เผยว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวน  ซึ่งผู้ที่เข้าทำการปลูกสิ่งก่อสร้างจะมีความผิด  พร้อมกับได้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่เรียบร้อยแล้ว  และยืนยันว่าจะมีการเข้าสำรวจจับกุมผู้กระทำผิดทุกราย  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของคนมีสี  หรือกลุ่มอิทธิพลใด ๆ  ทั้งสิ้น  เนื่องจากเป็นคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.)








(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว) 

ไม่มีความคิดเห็น: